 | ยอม หยุด เย็น |
| เวลามีคนมาว่า ก็เหมือนสายน้ำในลำธารผ่านมากระทบหิน เราเป็นหินนอนอยู่ตรงนั้น ให้น้ำไหลผ่าน แต่ใจเราต้องแยกไปนั้งริมน้ำ มองกลับมาดูหินอีกทีหนึ่ง จึงมีสติได้ น้ำไหลผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ถ้าใจเราเข้าร่วมจราจล มันต้องมองไม่เห็นเป็นธรรมดา ก็มันกำลังวุ่น แต่ถ้าถอยห่างออกมา ย่อมเห็นภาพจราจลว่า อะไรเป็นอะไร |
|
 | เป้าหมายแรกๆ ของการไปที่เรากลัวมากๆ |
คือ ให้เห็นชัดว่า จิต กับ ความคิดเป็นคนละตัวกัน เรากำลังจะฝึกไม่ให้ ความคิด กับ จิต อย่าได้มารวมตัวกัน ตัวที่ดูว่า นี่ จิต นี่ความคิด ก็คือ สติ ตัวที่คอยดู คอยเตือนภัย คอยระวัง ไม่ให้ความคิดมาปรุงแต่งจิต ก็คือ สติ
หากจิตเกิดแรงมาก ตามดูไม่ไหว ตามดูต่อไปอาจจะสร้างบาป สร้างเวรกรรมได้ ก็ให้ใช้สมถะเข้าข่มจิตดีกว่าครับ การใช้สมถะ เช่น ดูลมหายใจ เดินจงกรม มีสติระลึกรู้ กำหนดตัวรู้ที่อวัยวะที่เคลื่อนไหว ที่กำลังทำงาน ฯลฯ |
|
 | มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ |
| สุทธิ มีความรู้ความเข้าใจในความเป็นไปของจิต คือ ถ้าจิตใจยังผูกพันในอวิชชา ความไม่รู้ตามความเป็นจริงของชีวิต มีกิเลส โลภ โกรธ หลง มีตัณหาความอยาก มีบาปกรรมชั่ว ติดในรสอาหาร ก็ยังเวียนว่ายตายเกิดภพทั้ง 3 คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ มีนรก สัตว์เดรัจฉาน ผีเปรต คน เทวดา พรหม เวียนเกิดเวียนตายไม่มีวันหยุดยั้งจนกว่าจะจบกิจ มีจิตสะอาดเข้าพระนิพพานได้ |
|
 | เลือกฝึกกรรมฐานให้ตรงตามจริต |
มีอารมณ์มักโกรธเป็นเจ้าเรือน เป็นคนขี้โมโหโทโส อะไรนิดก็โกรธ อะไร
หน่อยก็โมโห เป็นคนบูชาความโกรธว่าเป็นของวิเศษ วันหนึ่งๆ ถ้าไม่ได้โกรธเคือง โมโหโทโส
ใครเสียบ้างแล้ว วันนั้นจะหาความสบายใจได้ยาก คนที่มีจริตหนักไปในโทสจริตนี้ แก่เร็ว พูด
เสียงดัง เดินแรง ทำงานหยาบ ไม่ใคร่ละเอียดถี่ถ้วน แต่งตัวไม่พิถีพิถัน เป็นคนใจเร็ว โทสจริต คนมักโกรธ หรือขณะนั้นเกิดมีอารมณ์โกรธพยาบาทเกิดขึ้นขวางอารมณ์ไม่สะดวกแก่
การเจริญฌาน ท่านให้เอากรรมฐาน ๘ อย่าง คือ พรหมวิหาร ๔ และ วัณณกสิณ ๔ วัณณกสิณ ๔
ได้แก่ นีลกสิณ เพ่งสีเขียว โลหิตกสิณ เพ่งสีแดง ปีตกสิณ เพ่งสีเหลือง โอทาตกสิณ เพ่งสีขาว
กรรมฐานทั้งแปดอย่างนี้ เป็นกรรมฐานระงับดับโทสะ ท่านจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งที่เหมาะสม
แก่ท่าน คือตามแต่ท่านจะพอใจเอามาเพ่งและใคร่ครวญพิจารณา อารมณ์โทสะก็จะค่อยๆ คลายตัว
ระงับไป
|
|
 | การเดินไปที่กลัวๆ หาจิตเจอไหม |
การเดินไปที่กลัวๆ จะเห็นอาการของกายที่เป็นผลมาจากการเกิดของจิตชัดเจน กายที่โดนจิตบงการ ขาอาจจะสั่น ก้าวไม่ออก อึดอัดกลางอกกลางใจ มือเย็น ขนหัวลุก ฯลฯ นี่แหละ ได้เห็นกาย รู้กาย เวทนาที่เกิดจากจิตเข้าไปรวมตัวกับความคิด จะเป็นทุกขเวทนา ดูทันไหม ทุกข์เกิดขึ้นแล้ว
เห็นธรรมะ ที่เกิดขึ้นไหม เช่น ความกลัวเกิดขึ้นตอนไหน ตั้งอยู่นานไหม ดับไปเมื่อไร เห็นความคิดปรุงแต่งที่ชวนให้อยาก ชวนให้ไม่อยาก เห็นจิตเกิดอาการไหม เห็นต้นเหตุแห่งทุกข์ไหม ฯลฯ เห็นความคิดที่ปรุงแต่งเพราะจิตเกิดอาการไหม จิตกลัว ก็จะมีความคิดต่างๆ ผุดขึ้นมามากมาย ความคิดขยะแขยง ภาพของผีต่างๆที่ดูหนังเอาไว้ก็เกิดขึ้นมาตามหลอกหลอน เห็นความคิดไม่อยากไหม เห็นความคิดเพ่งโทษ เกลียดกลัวไหม เห็นความคิดตีตราว่าผีชั่ว ทั้งๆที่เป็นแค่ข่าวลือ ถ้าเป็นหนังกำลังภายใน ก็เรียกว่า ปรักปรำผี ผียังไม่ทันทำอะไรเรา เราก็คิดไปต่างๆนานา |
|